แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2026 แห่งเมืองหนองบัวลำภู กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าผ้า จากภูมิปัญญาท้องถิ่น “ 32 ปี แห่งภูมิปัญญาผ้าหนองบัวลำภู  

                แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2026 แห่งเมืองหนองบัวลำภู กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าผ้า จากภูมิปัญญาท้องถิ่น “ 32 ปี แห่งภูมิปัญญาผ้าหนองบัวลำภู “สู่ตลาดออนไลน์ ออฟไลน์ มากกว่า 60 บูธ มีสาธิตย้อมผ้าโทนสีไว้ทุกข์จากต้นฉวน ทุกวันเป็นไฮไลน์ของงาน
                  "แพรพรรณลุ่มภู" เป็น ผ้าทอและผลิตภัณฑ์ชุมชนอันเป็นเอกลักษณ์ของ เมืองหนองบัวลำภู หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนผู้คนพื้นถิ่นรู้จักคือ เมืองลุ่มภู เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์การตั้งอยู่ลุ่มเทือกเขาภูพาน เนื่องจากสภาพวิถีดั้งเดิมของคนพื้นถิ่น เมืองหนองบัวลำภู นั้นจะนิยมทอผ้าพื้นเมืองกัน ตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งผืนผ้าของชาวหนองบัวลำภู นั้นจะมีความประณีตสวยงาม โดดเด่นด้วยลวดลายหลากหลายรูปแบบ  เป็นงานศิลปะที่เกิดจากวิถีชีวิตชาวหนองบัวลำภูที่สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะ ผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือ ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น ถ่ายทอดมาสู่ยุคลูกหลาน ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีความทันยุคสมัย ทำให้งาน แพรพรรณลุ่มภู นั้นมี ความหลากหลาย ของผ้าชนิดต่าง อย่างอลังการ ทั้งที่ เป็นผ้าไหมลวดลายงดงาม  ผ้าฝ้ายทอมือที่หายาก  ภายในงานยังมี ผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่น ๆ เช่น เครื่องจักสาน, เครื่องปั้นดินเผา และยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม  เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึง "ฮีตบ้านคองเมือง" และ "ฮีตสิบสอง คองสิบสี่" ของชาวหนองบัวลำภู. 
สำหรับ งาน "แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล ปี 2026 “ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อยกระดับและส่งเสริมสินค้าชุมชนสู่ตลาดสากล  มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น  การสาธิตภูมิปัญญา แฟชั่นโชว์ผ้าทอ และการแสดงศิลปะวัฒนธรรม
                    นางลำดวน นันทะสุธา ประธานกลุ่มทอผ้าขิดไหมบ้านโพธิค้ำ ผู้เคยได้รับรางวัลสร้อยคอทองคำและเงินสด จาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นอีกคนหนึ่งที่คร่ำหวอดอยู่กับงานทอผ้ามายาวนาน บอกว่า เมืองหนองบัวลำภูมีผ้าขิดไหมเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ มีคุณค่าทางศิลปะและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งกลุ่มทอผ้าบ้านกุดแห่ เป็นกลุ่มทอผ้ายุคแรกเริ่มที่มีการรวมกลุ่มกัน ทอผ้าขิดไหม  ซึ่ง ผ้าขิดไหม คือ ผ้าทอลายขิดที่ทอด้วยเส้นไหม โดยมีลวดลายที่เกิดจากการใช้เทคนิคการทอแบบ "ขิด" ลายขิดที่ปรากฏบนผ้ามีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความเชื่อต่างๆ เช่น ลายดอกไม้ ก็ถือว่า จังหวัดหนองบัวลำภู มีดอกบัวเป็นสัญลักษณ์  ลายสัตว์ การคิดค้นลวดลายมาจากธรรมชาติแวดล้อม วิถีชีวิตเป็นส่วนมาก   ส่วน“ผ้าขิดสลับหมี่” ซึ่งเป็นเทคนิคการทอผ้าที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างลายมัดหมี่และลายขิด ผ้าขิดนั้นมีเทคนิคการทอผ้าที่ซับซ้อนกว่าการทอผ้าธรรมดา เพราะต้องใช้เวลาและความประณีตในการทอ คำว่า “ขิด” นั้นเป็นภาษาพื้นบ้านของคนอีสาน มาจากคำว่าสะกิดหรืองัดซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นลวดลายเฉพาะของผ้าทอลายขิด ส่วนผ้ามัดหมี่เป็นภูมิปัญญาการสร้างลวดลายในผ้าทอโดยการมัดหมี่แล้วนำมาย้อมด้ายหรือเส้นไหมให้เกิดลวดลาย ซึ่งการมัด การย้อม การเรียนรู้เป็นการสืบทอดกันจากการทำจริง ไม่ค่อยมีการบันทึกไว้เป็นขั้นตอนกระบวนการ  เมื่อมัดยอมแล้วจึงนำไปทอเป็นผืน ผ้าขิดสลับหมี่จึงมีลวดลายเอกลักษณ์ของการทอผ้าทั้งสองแบบอยู่ในผืนเดียวกัน 

 
              สำหรับลวดลายที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดคือ ลวดลายดอกบัวหลวง ที่เป็น ดอกไม้ประจำจังหวัดหนองบัวลำภู สื่อถึงนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน คำขวัญประจำจังหวัด สีชมพู คือ โทนสีประจำจังหวัด เมื่อรวมทุกสิ่งเข้าด้วยกันจึงรังสรรค์ออกมาเป็นผ้าทอที่มีอัตลักษณ์ของจังหวัดหนองบัวลำภูอยู่อย่างครบถ้วน นี่เป็นสุดยอดเสน่ห์ภูมิปัญญาของพวกเรา ในปีนี้ จังหวัดหนองบัวลำภูได้จัดงาน “สักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี พ.ศ. 2567” และ “งานแพรพรรณลุ่มภู สู่สากล 2026  ไปพร้อมกัน ” ระหว่างวันที่ 18-27 มกราคม  2569   ที่ผ่านมา ณ สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนในระดับจังหวัดสู่ระดับภูมิภาค  ดังนั้นเพื่อเป็นแก้ไขปัญหาที่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการในจังหวัดหนองบัวลำภูต้องเผชิญ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาด การขยายตลาดผ้าทอให้เป็นทีรู้จักในระดับภูมิภาค สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู นำโดย นายดอกดิน  ต้อมทอง พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริม การประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ทั้งทางออนไลน์ และออฟไลน์  กิจกรรมหลัก่ขึ้น ในปีนี้  
               นายดอกดิน ต้อมทอง พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ในการจัดงานปีนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำสินค้าชุมชนทั้ง 6 อำเภอ มาจัดแสดงและจำหน่าย จำนวนไม่น้อยกว่า 60 บูธ นำสินค้ามาจำหน่าย  ตลอดระยะเวลางานที่จัดขึ้นเป็นเวลา 10 วัน 10 คืน  เพื่อส่งเสริมสนับสนุนสินค้าชุมชน สินค้าเกษตร เชื่อมโยงช่องทางการตลาดแบบออฟไลน์ ควบคู่ไปกับการตลาดออนไลน์ และภายในงานทุกวัน ยังมีนิทรรศการภายใต้แนวคิด “ 32 ปี แห่งภูมิปัญญาผ้าทอหนองบัวลำภู “โดยมีการสาธิตและให้บริการย้อมผ้าธรรมชาติโทนสีไว้ทุกข์จากต้นฉนวน  เป็นประจำทุกวัน ผู้ทีสนใจสามารถเข้ามาดู ศึกษากระบวนการทำได้ตลอดในช่วงจัดงาน 
นอกจากนั้น  พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู ยังได้เปิดเผยอีกว่า   จากการจัดงานมาได้ช่วงระยะหนึ่ง โดยภายในงานมีจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP จำนวน 60 ราย ยอดจำหน่าย วันที่ 18-22 มกราคม 2569 ประเภทต่างๆ ดังนี้ อาหาร 12 บูท เครื่องดื่มบูท ผ้าชนิดต่างๆ  36 บูท ของใช้  6 บูท สมุนไพรฯ 1 บูท OTOP ชวนชิม 4 บูท ยอดจำหน่าย ยอดจำหน่าย ถึงวันที่ 24 มกราคม  2569 รวม 2,046,145 บาท เป็นผลจากการจำหน่ายสินค้าภายในงาน ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีช่องทาง ทางการค้า 
              สำหรับงานแพรพรรณลุ่มภู ในปีนี้ ทางด้าน   นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้นำเสนอการนำต้นฉนวนมาย้อมสีผ้า ภายใต้ชื่อ ฉนวนราชินีสีเทา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีเปลือกสีเทาอ่อนแตกเป็นเกล็ด ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยเล็กสีเขียว ดอกสีขาวกลีบปลายเหลือง ออกดอกเป็นช่อ ผลเป็นฝักสีดำ ที่สำคัญเหมาะสำหรับใส่ในช่วงถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นอย่างมาก สามารถเพิ่มรายได้ให้ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าทอ โดย  ฉนวนถือเป็นไฮไลท์สำคัญภายในงาน ที่มี ผู้ประกอบการในจังหวัดหนองบัวลำภู คือ นายกิตติพันธ์  สุทธิสา  ผอ.วิชชาลัยเทวาผ้าไทย บ้านนาคำไฮ ต.นาคำไฮ อ.เมืองหนองบัวลำภู  ได้ค้นพบการย้อมสีผ้าจากต้นฉนวนที่มีมากในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู และทางจังหวัดหนองบัวลำภูยังจะได้เตรียมนำเรื่องสียอมจากต้นฉนวนไปทำการจดสิทธิบัตร ไว้อีกด้วย 

 
             ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นมาจัดแสดง ให้ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านได้ชื่นชม และสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ เพื่อเป็นการสนับสนุน และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับเศรษฐกิจและชีวิตของคนหนองบัวลำภู พร้อมกันนี้  ยังมีงานสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ควบคู่ไปกับงานแพรพรรณลุ่มภู สู่สากล ซึ่ง เรามีการจัดขึ้นเป็นประจำปีทุกปีอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งปีนี้หากพลาดโอกาส ปีต่อไป ทางจัดหวัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ยังจัดงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มี พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ของพี่น้องชาวหนองบัวลำภู ต่อไป ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวย้ำถึงการส่งเสริมพัฒนาผ้า แพรพรรณเมืองหนองบัวลำภู  ให้ก้าวเดินต่อไป ให้สมกับคำว่า  เกษตรเพิ่มมูลค่า เมืองผ้า น่าอยู่ น่าเที่ยว .........../////////////////////////
 



หวยเด็ดงวดนี้
เรื่องอื่นๆในหมวด