กำนันปนอม ยื่นหนังสือ ให้ตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายวัดป่าเจริญธรรม
กำนันปนอม ยื่นหนังสือ ให้ตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายวัดป่าเจริญธรรม
วันที่ 2 ก.พ.69 นางปนอม ภักดีศรี กำนันตำบลหนองไผ่ ยื่นหนังสือถึงพระครูรัตนสีลคุณ เจ้าคณะตำบลหนองไผ่ (ธ) อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ขอให้ตรวจสอบบัญชีรายรับ - รายจ่าย ของวัดป่าเจริญธรรม เพื่อให้ตรวจสอบการใช้เงินที่ประชาชนบริจาค นางปนอม ภักดีศรี กำนันตำบลหนองไผ่ ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า การที่ นายบุญชู สีไก่แก้ว ไวยาวัจกร วัดป่าเจริญธรรม แจ้งความดำเนินคดีกับตนเองต่อเจ้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหนองหาร ด้วยข้อความว่า “ มีพฤติกรรมแทรกแซงการเงินภายในวัดโดยมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตยุยงปลุกปั่นชาวบ้านให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความแตกแยกระหว่างวัดกับชาวบ้าน จนกระทั่งวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 วัดได้จัดงานประเพณีบุญมหาชาติขึ้น นางประนอม ภักดีศรี กำนันตำบลหนองไผ่ ได้นำเงินพุทธศาสนิกชนที่ร่วมบริจาคบางส่วนไปครอบครองกับตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้นำเงินที่ประชาชนบริจาคไปเก็บไว้ที่บ้านของตนโดยใช้ตำแหน่งกำนันฯ นำเงินดังกล่าวไปเก็บไว้ที่บ้านส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ประการใด ต่อมาเจ้าอาวาสทราบเรื่องเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ดำเนินการทำหนังสือถึง นางประนอมฯ เพื่อนำเงินบริจาคและเงินรายได้ของวัดนำมามอบคืนวัดป่าเจริญธรรม และวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลากลางวันนางประนอมฯ ได้นำเงินจำนวน 90,080 บาท ส่วนเงินจำนวน 20,000 บาท นางประนอม, ไม่ได้นำเงินมามอบให้กับทางวัด กลับเอามาเป็นของตน” นั้น
นางปนอมฯกล่าวว่า ความจริง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 นาฬิกา ในขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ที่บ้านโดยอยู่กับนายปัญญา บุญเกิด, นายสุริยา พะตะเพ็ง, นางสาวปิยะพร มาตรี และนางกลั่น วันนา เจ้าอาวาสมาหาข้าพเจ้า แจ้งว่าต้องการให้ข้าพเจ้าเป็นประธานในการจัดงานบุญมหาชาติของวัดป่าเจริญธรรม ประจำปี ๒๕๖๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดรับบริจาคเงินในการซ่อมแซมหลังคาและฝ้าของศาลาการเปรียญวัดป่าเจริญธรรม และได้แจ้งว่าจะชวนไปกราบหลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต ที่วัดโนนสว่าง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องการจัดงานบุญมหาชาติประจำปี 2568 ที่ยังไม่กำหนดวันเวลาและรายละเอียดในการจัดงาน
ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ข้าพเจ้าจึงได้ไปพร้อมกับนายปัญญา บุญเกิด, คณะกรรมการหมู่บ้านและเจ้าอาวาส ไปพบหลวงพ่อเจริญ ที่วัดโนนสว่าง อำเภอหนองวัวซอ เวลา 11.00 นาฬิกา โดยได้เข้าไปพูดคุยกับหลวงพ่อเจริญ โดยหลวงพ่อเจริญได้พูดกับข้าพเจ้าว่า ปีนี้กะสิได้ยากแม่กำนันคือเก่า มอบให้แม่กำนันเป็นประธานเฮ็ดงานคือเก่านั่นล่ะ มาซอยกันสร้างวัดสร้างวา งานปีนี้อยากได้อิหยังมางานล่ะ ข้าพเจ้าได้ตอบหลวงพ่อเจริญว่า อยากได้หมอลำ หลวงพ่อเจริญได้ติดต่อไปยังลูกศิษย์แล้วได้แจ้งว่า ปีนี้ได้หมอลำคณะเพชรอิสาน และได้กำหนดวันทำบุญมหาชาติของวัดป่าเจริญธรรมจัดขึ้นในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2568 โดยหลวงพ่อเจริญรับว่าจะออกค่าใช้จ่ายหมอลำคณะเพชรอิสาน
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ข้าพเจ้าได้จัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้าน มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 32 คน รายละเอียดโดยสรุปว่า แจ้งเพื่อทราบเรื่องบุญมหาชาติของวัดป่าเจริญธรรม จะมีขึ้นในวันที่ 8-9กุมภาพันธ์ 2568 โดยหลวงพ่อเจริญรับว่าจะออกค่าใช้จ่ายหมอลำคณะเพชรอิสาน และมีข้อตกลงว่าให้ชาวบ้านทำบุญครัวเรือนละ 300 บาท ซึ่งหมู่บ้านของข้าพเจ้ามีจำนวนครัวเรือนที่อยู่จริง ประมาณ 120 ครัวเรือน และได้แจ้งที่ประชุมเรื่องหลังคาวัดชำรุดมีความจำเป็นที่ต้องซ่อมแซมจึงได้จัดงานบุญมหาชาตินี้ขึ้นมา และนอกจากนี้ชาวบ้านต้องการให้มีภาพยนตร์ของนายประสิทธิ์ คำด้วง มาฉายในงานในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ในค่าจ้างจำนวน 2,500 บาท ด้วย
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 เจ้าอาวาสได้นำหนังสือหนังสือขออนุญาตประชาสัมพันธ์และดำเนินการเรี่ยไรข้าวสาร อาหารแห้ง และปัจจัยในเขตอำเภอหนองหาน และหนังสือขอความอนุเคราะห์ร่วมทำบุญข้าวสาร อาหารแห้ง และจตุปัจจัย มาให้ข้าพเจ้าที่บ้านของข้าพเจ้า
นางปนอมฯกล่าวว่า ความจริง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 นาฬิกา ในขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ที่บ้านโดยอยู่กับนายปัญญา บุญเกิด, นายสุริยา พะตะเพ็ง, นางสาวปิยะพร มาตรี และนางกลั่น วันนา เจ้าอาวาสมาหาข้าพเจ้า แจ้งว่าต้องการให้ข้าพเจ้าเป็นประธานในการจัดงานบุญมหาชาติของวัดป่าเจริญธรรม ประจำปี ๒๕๖๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดรับบริจาคเงินในการซ่อมแซมหลังคาและฝ้าของศาลาการเปรียญวัดป่าเจริญธรรม และได้แจ้งว่าจะชวนไปกราบหลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต ที่วัดโนนสว่าง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องการจัดงานบุญมหาชาติประจำปี 2568 ที่ยังไม่กำหนดวันเวลาและรายละเอียดในการจัดงาน
ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ข้าพเจ้าจึงได้ไปพร้อมกับนายปัญญา บุญเกิด, คณะกรรมการหมู่บ้านและเจ้าอาวาส ไปพบหลวงพ่อเจริญ ที่วัดโนนสว่าง อำเภอหนองวัวซอ เวลา 11.00 นาฬิกา โดยได้เข้าไปพูดคุยกับหลวงพ่อเจริญ โดยหลวงพ่อเจริญได้พูดกับข้าพเจ้าว่า ปีนี้กะสิได้ยากแม่กำนันคือเก่า มอบให้แม่กำนันเป็นประธานเฮ็ดงานคือเก่านั่นล่ะ มาซอยกันสร้างวัดสร้างวา งานปีนี้อยากได้อิหยังมางานล่ะ ข้าพเจ้าได้ตอบหลวงพ่อเจริญว่า อยากได้หมอลำ หลวงพ่อเจริญได้ติดต่อไปยังลูกศิษย์แล้วได้แจ้งว่า ปีนี้ได้หมอลำคณะเพชรอิสาน และได้กำหนดวันทำบุญมหาชาติของวัดป่าเจริญธรรมจัดขึ้นในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2568 โดยหลวงพ่อเจริญรับว่าจะออกค่าใช้จ่ายหมอลำคณะเพชรอิสาน
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ข้าพเจ้าได้จัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้าน มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 32 คน รายละเอียดโดยสรุปว่า แจ้งเพื่อทราบเรื่องบุญมหาชาติของวัดป่าเจริญธรรม จะมีขึ้นในวันที่ 8-9กุมภาพันธ์ 2568 โดยหลวงพ่อเจริญรับว่าจะออกค่าใช้จ่ายหมอลำคณะเพชรอิสาน และมีข้อตกลงว่าให้ชาวบ้านทำบุญครัวเรือนละ 300 บาท ซึ่งหมู่บ้านของข้าพเจ้ามีจำนวนครัวเรือนที่อยู่จริง ประมาณ 120 ครัวเรือน และได้แจ้งที่ประชุมเรื่องหลังคาวัดชำรุดมีความจำเป็นที่ต้องซ่อมแซมจึงได้จัดงานบุญมหาชาตินี้ขึ้นมา และนอกจากนี้ชาวบ้านต้องการให้มีภาพยนตร์ของนายประสิทธิ์ คำด้วง มาฉายในงานในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ในค่าจ้างจำนวน 2,500 บาท ด้วย
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 เจ้าอาวาสได้นำหนังสือหนังสือขออนุญาตประชาสัมพันธ์และดำเนินการเรี่ยไรข้าวสาร อาหารแห้ง และปัจจัยในเขตอำเภอหนองหาน และหนังสือขอความอนุเคราะห์ร่วมทำบุญข้าวสาร อาหารแห้ง และจตุปัจจัย มาให้ข้าพเจ้าที่บ้านของข้าพเจ้า
ต่อมาข้าพเจ้าได้นำชาวบ้าน ออกเรี่ยไรในเขตอำเภอหนองหานในระหว่างวันที่ 22-26 และวันที่ 28 - 29 มกราคม 2568 โดยข้าพเจ้าได้มอบหมายให้ นายสุริยา พะตะเพ็ง และนางสาวปิยะพร มาตรี เป็นผู้ดูแลและเก็บรักษาเงินบริจาคดังกล่าวมาโดยตลอดซึ่งข้าฯไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเงินแต่อย่างใดมีแต่เพียงรับทราบยอดเงินเท่านั้น
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ได้มีนายธนกร วิญญายงค์ ชาวจังหวัดชัยภูมิ มีอาชีพรับเหมา ร้านค้าขายของภายในบริเวณการจัดงานมาพบข้าพเจ้า โดยนายธนกร แจ้งว่าได้ไปพบเจ้าอาวาสแล้ว เจ้าอาวาสบอกว่าให้มาติดต่อกับกำนันเพราะได้มอบทุกอย่างให้กำนันแล้ว ได้พูดคุยกันตกลงราคากันอยู่ที่ 30,000 บาท โดยนายธนกร ได้มัดจำล่วงหน้าจำนวน 5,000 บาท ข้าพเจ้าจึงได้มอบเงินให้นางปิยะพร มาตรีเก็บไว้
ต่อมาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าพเจ้า ได้ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้าน มีผู้เข้าร่วมประชุม 50 คน ตามสำเนารายงานการประชุม เรื่อง ขอมติให้ประชาชนจะร่วมทำบุญครัวเรือนละเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ที่ประชุม เสนอให้ซื้อถังพลาสติกเล็กแจกให้ทุกครัวเรือนให้ใส่ข้าวสารและก็จะเสียบเงินมาร่วมในวันแห่ต้นเงินร่วมขบวนเลย ให้เป็นกองเงินกองเดียวกันแล้วค่อยนับรวม หักค่าใช้จ่าย ค่อยนับเป็นยอดที่มีของเงินบุญ ที่ประชุมรับทราบ ในวาระการประชุมเรื่องที่ 6 ที่ประชุม เสนอขอให้เอาเงินไปฝากบัญชีของวัดป่าเจริญธรรม ที่ประชุม เสนอให้คณะกรรมการไปแจ้งให้เจ้าอาวาส ทราบเรื่องออกแผ่และเปิดบัญชีวัด ได้เท่าไหร่ขอให้ฝากบัญชีเพราะทุกปี มีแต่นับเอาเงินไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนบ่ายเจ้าอาวาสได้มาขอเบิกเงินจำนวน 30,000 บาท บอกว่าจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการถวายพระจำนวน 20,000 บาท และค่าอาหารจำนวน 10,000 บาท ข้าพเจ้าจึงได้แจ้งให้นายสุริยา พะตะเพ็งและนางปิยะพร มาตรี ทราบ
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้านางสาวปิยะพร มาตรี ได้ส่งมอบเงินให้นายสุริยา พะตะเพ็ง จำนวน 30,000 บาท แล้วนายสุริยา ได้นำไปมอบให้กับเจ้าอาวาสที่กุฏิเจ้าอาวาส และในวันนี้ได้มีการจัดเตรียมสถานที่ที่จะแห่ขบวนผะเหวดและจัดเตรียมเครื่องผะเหวด
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้าตรู่ ไปทำบุญตักบาตรที่วัด เวลาประมาณ 11.00 นาฬิกา ข้าพเจ้าได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านนำถังพลาสติกที่ใส่ข้าวสารที่ได้เสียบต้นเงินมาใส่รถแห่เพื่อไปแห่ร่วมขบวนแห่ผะเหวด โดยรถแห่เป็นของนายชิดชัย สำหรับตัวข้าพเจ้า ได้ไปอยู่วัดตั้งแต่เวลา 14.00 นาฬิกาเศษ โดยได้ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีจนถึงเวลาประมาณ 19.00 นาฬิกาเศษ จึงได้กลับบ้าน โดยไม่ได้ไปร่วมขบวนแห่ด้วยและไม่ได้ร่วมนับเงินต้นเงินของชาวบ้านร่วมด้วยและไม่ได้เป็นผู้สั่งให้นำรถขบวนแห่ต้นเงินไปที่บ้านของข้าพเจ้า แต่อย่างใด
ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้านางสาวปิยะพร มาตรี ได้แจ้งกับข้าพเจ้า ว่าต้นเงินที่ชาวบ้านนำมาได้เงินจำนวน 48,432 บาท โดยได้เก็บไว้ในตู้เซฟแล้ว ข้าพเจ้าและชาวบ้านได้จัดเตรียมอาหารเย็นสำหรับชุดรักษาความสงบเรียบร้อยและคณะหมอลำที่บ้านของข้าพเจ้า พอถึงเวลาประมาณ 17.00 นาฬิกาเศษ จึงได้นำไปที่วัด ข้าฯ มีหน้าที่รักษาความสงบในงานบุญมหาชาติดังกล่าว จนถึงเวลา 04.00 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ ได้พาคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านไปเก็บเต็นท์ เก็บสิ่งของต่างๆ และทำความสะอาดบริเวณวัด ขณะที่กำลังเก็บเต็นท์อยู่เวลาประมาณ 10.00 นาฬิกาเศษ เจ้าอาวาสได้เรียกไปพบที่กุฏิ เมื่อข้าฯ ได้เข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาสได้พบกับ นายสุริยา พะตะเพ็ง นางสาวปิยะพร มาตรี นางกลั่น วันนา และนายชิดชัย ทองระเมีย โดยเจ้าอาวาสได้มอบเงินให้ข้าฯ ในยอดแรกจำนวน 8,564 บาท โดยบอกข้าฯ ว่าเป็นเงินบริจาคที่หน้าประตู และในยอดที่สองจำนวน 6,333 บาท โดยบอกข้าฯ ว่าเป็นเงินในตู้บริจาคของวัด โดยให้ข้าฯ นำไปรวมกับเงินที่ข้าฯ หามาได้ หักค่าใช้จ่ายแล้วให้นำไปเปิดบัญชีฝากไว้เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมหลังคาศาลาการเปรียญของวัดต่อไป ส่วนเงินที่ได้จากการสอยดาว จำนวน 110,000 บาท หลวงพ่อจะเก็บไว้ใช้เองในช่วงเย็นของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ และชาวบ้านได้จัดทำต้นเงิน (กัณฑ์หลอน) ไปถวายเจ้าอาวาสที่วัดเวลาประมาณ 18.00 นาฬิกา ได้เงินจำนวน 7,000 บาท และเจ้าอาวาสได้บอกพวกข้าฯ เกี่ยวกับเงินที่ได้ไปเรี่ยไรรับบริจาคระหว่างวันที่ 22-29 มกราคม 2568 และรายได้ทั้งหมดที่ได้มาว่าให้จัดทำบัญชีสรุปยอดรายรับรายจ่ายแล้วเหลือเงินเท่าไหร่ให้นำไปเปิดบัญชีธนาคารของวัดป่าเจริญธรรม เพื่อนำมาใช้จ่ายในการซ่อมแซมหลังคาศาลาการเปรียญของวัดต่อไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้มาสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด แล้วนางสาวปิยะพร ได้นำเงินค่าฉายหนังไปให้นายประสิทธิ์ คำดวง ที่บ้านจำนวน 2,500 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ และคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ทำการขายข้าวที่ได้เรี่ยไรมา ได้เงินจำนวน 18,030 บาท แต่เงินยังเก็บได้ไม่ครบ
ต่อมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ ได้ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านซึ่งมีผู้เข้าร่วม จำนวน 32 คน ข้าฯ ได้ชี้แจงรายรับรายจ่ายของงานบุญมหาชาติวัดป่าเจริญธรรมประจำปี 2568 ซึ่งมีรายรับทั้งหมด 145,089 บาท รายจ่าย 55,009 บาท และมียอดเงินคงเหลือ 90,080 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯพร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้ไปพบเจ้าอาวาสที่วัด แต่เจ้าอาวาสไม่อยู่ ข้าฯและคณะกรรมการ ได้มาพบเจ้าอาวาสอีกครั้งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้า เจ้าอาวาสถามข้าฯ ว่าชาวบ้านได้เลือกใครเป็นตัวแทนในการเปิดบัญชี ข้าฯจึงได้ตอบว่าเป็นนายสุริยา พะตะเพ็ง เจ้าอาวาสทำสีหน้าไม่พอใจ และได้แจ้งข้าฯ ว่ายังไม่พร้อมที่จะเปิดบัญชี
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีนายประยุทธ์ รสดี อดีตพระลูกวัดของวัดป่าเจริญธรรมได้นำหนังสือขอให้นำเงินทำบุญบริจาคส่งคืนวัด ข้าฯ พร้อมคณะกรรมการ จึงได้นำหนังสือฉบับดังกล่าวไปเรียนปรึกษากับท่านเจ้าคณะอำเภอหนองหาน (ธ) ซึ่งท่านได้สั่งให้ทางเจ้าอาวาสวัดป่าเจริญธรรม มาเปิดบัญชีตามที่ได้ตกลงกับข้าฯ และคณะกรรมการหมู่บ้านไว้ แต่เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญธรรมก็ไม่ยอมมาทำการเปิดบัญชีแต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 นาฬิกา พวกข้าฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคร่วมทำบุญมหาชาติ นำส่งอาจารย์ประสิทธิ์ เจ้าอาวาส เป็นจำนวน 90,080 บาท
สื่อมวลชนรับทราบข้อเท็จจริงด้านของนางปนอม ภักดีศรี กำนันตำบลหนองไผ่ และจะได้ติดตามแสวงหาข้อเท็จจริงและความคืบหน้าทางคดีแจ้งให้ทราบทางหน้าเว็บไซต์ ยูทูป และทางหน้าหนังสือพิมพ์ต่อไป
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ได้มีนายธนกร วิญญายงค์ ชาวจังหวัดชัยภูมิ มีอาชีพรับเหมา ร้านค้าขายของภายในบริเวณการจัดงานมาพบข้าพเจ้า โดยนายธนกร แจ้งว่าได้ไปพบเจ้าอาวาสแล้ว เจ้าอาวาสบอกว่าให้มาติดต่อกับกำนันเพราะได้มอบทุกอย่างให้กำนันแล้ว ได้พูดคุยกันตกลงราคากันอยู่ที่ 30,000 บาท โดยนายธนกร ได้มัดจำล่วงหน้าจำนวน 5,000 บาท ข้าพเจ้าจึงได้มอบเงินให้นางปิยะพร มาตรีเก็บไว้
ต่อมาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าพเจ้า ได้ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้าน มีผู้เข้าร่วมประชุม 50 คน ตามสำเนารายงานการประชุม เรื่อง ขอมติให้ประชาชนจะร่วมทำบุญครัวเรือนละเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ที่ประชุม เสนอให้ซื้อถังพลาสติกเล็กแจกให้ทุกครัวเรือนให้ใส่ข้าวสารและก็จะเสียบเงินมาร่วมในวันแห่ต้นเงินร่วมขบวนเลย ให้เป็นกองเงินกองเดียวกันแล้วค่อยนับรวม หักค่าใช้จ่าย ค่อยนับเป็นยอดที่มีของเงินบุญ ที่ประชุมรับทราบ ในวาระการประชุมเรื่องที่ 6 ที่ประชุม เสนอขอให้เอาเงินไปฝากบัญชีของวัดป่าเจริญธรรม ที่ประชุม เสนอให้คณะกรรมการไปแจ้งให้เจ้าอาวาส ทราบเรื่องออกแผ่และเปิดบัญชีวัด ได้เท่าไหร่ขอให้ฝากบัญชีเพราะทุกปี มีแต่นับเอาเงินไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนบ่ายเจ้าอาวาสได้มาขอเบิกเงินจำนวน 30,000 บาท บอกว่าจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการถวายพระจำนวน 20,000 บาท และค่าอาหารจำนวน 10,000 บาท ข้าพเจ้าจึงได้แจ้งให้นายสุริยา พะตะเพ็งและนางปิยะพร มาตรี ทราบ
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้านางสาวปิยะพร มาตรี ได้ส่งมอบเงินให้นายสุริยา พะตะเพ็ง จำนวน 30,000 บาท แล้วนายสุริยา ได้นำไปมอบให้กับเจ้าอาวาสที่กุฏิเจ้าอาวาส และในวันนี้ได้มีการจัดเตรียมสถานที่ที่จะแห่ขบวนผะเหวดและจัดเตรียมเครื่องผะเหวด
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้าตรู่ ไปทำบุญตักบาตรที่วัด เวลาประมาณ 11.00 นาฬิกา ข้าพเจ้าได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านนำถังพลาสติกที่ใส่ข้าวสารที่ได้เสียบต้นเงินมาใส่รถแห่เพื่อไปแห่ร่วมขบวนแห่ผะเหวด โดยรถแห่เป็นของนายชิดชัย สำหรับตัวข้าพเจ้า ได้ไปอยู่วัดตั้งแต่เวลา 14.00 นาฬิกาเศษ โดยได้ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีจนถึงเวลาประมาณ 19.00 นาฬิกาเศษ จึงได้กลับบ้าน โดยไม่ได้ไปร่วมขบวนแห่ด้วยและไม่ได้ร่วมนับเงินต้นเงินของชาวบ้านร่วมด้วยและไม่ได้เป็นผู้สั่งให้นำรถขบวนแห่ต้นเงินไปที่บ้านของข้าพเจ้า แต่อย่างใด
ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้านางสาวปิยะพร มาตรี ได้แจ้งกับข้าพเจ้า ว่าต้นเงินที่ชาวบ้านนำมาได้เงินจำนวน 48,432 บาท โดยได้เก็บไว้ในตู้เซฟแล้ว ข้าพเจ้าและชาวบ้านได้จัดเตรียมอาหารเย็นสำหรับชุดรักษาความสงบเรียบร้อยและคณะหมอลำที่บ้านของข้าพเจ้า พอถึงเวลาประมาณ 17.00 นาฬิกาเศษ จึงได้นำไปที่วัด ข้าฯ มีหน้าที่รักษาความสงบในงานบุญมหาชาติดังกล่าว จนถึงเวลา 04.00 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ ได้พาคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านไปเก็บเต็นท์ เก็บสิ่งของต่างๆ และทำความสะอาดบริเวณวัด ขณะที่กำลังเก็บเต็นท์อยู่เวลาประมาณ 10.00 นาฬิกาเศษ เจ้าอาวาสได้เรียกไปพบที่กุฏิ เมื่อข้าฯ ได้เข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาสได้พบกับ นายสุริยา พะตะเพ็ง นางสาวปิยะพร มาตรี นางกลั่น วันนา และนายชิดชัย ทองระเมีย โดยเจ้าอาวาสได้มอบเงินให้ข้าฯ ในยอดแรกจำนวน 8,564 บาท โดยบอกข้าฯ ว่าเป็นเงินบริจาคที่หน้าประตู และในยอดที่สองจำนวน 6,333 บาท โดยบอกข้าฯ ว่าเป็นเงินในตู้บริจาคของวัด โดยให้ข้าฯ นำไปรวมกับเงินที่ข้าฯ หามาได้ หักค่าใช้จ่ายแล้วให้นำไปเปิดบัญชีฝากไว้เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมหลังคาศาลาการเปรียญของวัดต่อไป ส่วนเงินที่ได้จากการสอยดาว จำนวน 110,000 บาท หลวงพ่อจะเก็บไว้ใช้เองในช่วงเย็นของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ และชาวบ้านได้จัดทำต้นเงิน (กัณฑ์หลอน) ไปถวายเจ้าอาวาสที่วัดเวลาประมาณ 18.00 นาฬิกา ได้เงินจำนวน 7,000 บาท และเจ้าอาวาสได้บอกพวกข้าฯ เกี่ยวกับเงินที่ได้ไปเรี่ยไรรับบริจาคระหว่างวันที่ 22-29 มกราคม 2568 และรายได้ทั้งหมดที่ได้มาว่าให้จัดทำบัญชีสรุปยอดรายรับรายจ่ายแล้วเหลือเงินเท่าไหร่ให้นำไปเปิดบัญชีธนาคารของวัดป่าเจริญธรรม เพื่อนำมาใช้จ่ายในการซ่อมแซมหลังคาศาลาการเปรียญของวัดต่อไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้มาสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด แล้วนางสาวปิยะพร ได้นำเงินค่าฉายหนังไปให้นายประสิทธิ์ คำดวง ที่บ้านจำนวน 2,500 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ และคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ทำการขายข้าวที่ได้เรี่ยไรมา ได้เงินจำนวน 18,030 บาท แต่เงินยังเก็บได้ไม่ครบ
ต่อมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯ ได้ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านซึ่งมีผู้เข้าร่วม จำนวน 32 คน ข้าฯ ได้ชี้แจงรายรับรายจ่ายของงานบุญมหาชาติวัดป่าเจริญธรรมประจำปี 2568 ซึ่งมีรายรับทั้งหมด 145,089 บาท รายจ่าย 55,009 บาท และมียอดเงินคงเหลือ 90,080 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าฯพร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้ไปพบเจ้าอาวาสที่วัด แต่เจ้าอาวาสไม่อยู่ ข้าฯและคณะกรรมการ ได้มาพบเจ้าอาวาสอีกครั้งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ตอนเช้า เจ้าอาวาสถามข้าฯ ว่าชาวบ้านได้เลือกใครเป็นตัวแทนในการเปิดบัญชี ข้าฯจึงได้ตอบว่าเป็นนายสุริยา พะตะเพ็ง เจ้าอาวาสทำสีหน้าไม่พอใจ และได้แจ้งข้าฯ ว่ายังไม่พร้อมที่จะเปิดบัญชี
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีนายประยุทธ์ รสดี อดีตพระลูกวัดของวัดป่าเจริญธรรมได้นำหนังสือขอให้นำเงินทำบุญบริจาคส่งคืนวัด ข้าฯ พร้อมคณะกรรมการ จึงได้นำหนังสือฉบับดังกล่าวไปเรียนปรึกษากับท่านเจ้าคณะอำเภอหนองหาน (ธ) ซึ่งท่านได้สั่งให้ทางเจ้าอาวาสวัดป่าเจริญธรรม มาเปิดบัญชีตามที่ได้ตกลงกับข้าฯ และคณะกรรมการหมู่บ้านไว้ แต่เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญธรรมก็ไม่ยอมมาทำการเปิดบัญชีแต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 นาฬิกา พวกข้าฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคร่วมทำบุญมหาชาติ นำส่งอาจารย์ประสิทธิ์ เจ้าอาวาส เป็นจำนวน 90,080 บาท
สื่อมวลชนรับทราบข้อเท็จจริงด้านของนางปนอม ภักดีศรี กำนันตำบลหนองไผ่ และจะได้ติดตามแสวงหาข้อเท็จจริงและความคืบหน้าทางคดีแจ้งให้ทราบทางหน้าเว็บไซต์ ยูทูป และทางหน้าหนังสือพิมพ์ต่อไป








