มุกดาหาร เดือด! แค่ถามหาความโปร่งใส สื่อมุกดาหารถูกลบพ้นไลน์กลุ่มทางการจังหวัดหลังจี้ถามงบ 149 ล้าน “ตลาดอินโดจีน” ตกลงใครไม่อยากให้ประชาชนรู้?  

        มุกดาหาร เดือด! แค่ถามหาความโปร่งใส สื่อมุกดาหารถูกลบพ้นไลน์กลุ่มทางการจังหวัดหลังจี้ถามงบ 149 ล้าน “ตลาดอินโดจีน” ตกลงใครไม่อยากให้ประชาชนรู้?

 

             “สนง.ประชาสัมพันธ์จะสื่อสารเรื่องที่ประชาชนต้องรู้…ส่วนบางเรื่องรู้ไปเพื่ออะไร” วาทะสะเทือนวงการสื่อ หลังนักข่าวถูกลบพ้นกลุ่มไลน์ ปมจี้ถามงบ 149 ล้าน ปรับปรุงตลาดอินโดจีน

            มุกดาหาร — เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในแวดวงสื่อมวลชนและภาคประชาชน ภายหลังจากกรณี นายเดวิด โชคชัย สื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร ถูกลบออกจากกลุ่มไลน์ “ช้างน้าว มห.” หลังมีการนำเสนอข่าวตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ โครงการก่อสร้างซ่อมแซมและปรับปรุงตลาดอินโดจีนมุกดาหาร งบประมาณกว่า 149 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งคำถามจากประชาชนจำนวนมากว่า ผลงานที่ปรากฏจริงแตกต่างจากภาพแบบแปลนหรือการประชาสัมพันธ์ที่เคยเผยแพร่ไว้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังมีการนำข่าวจากเพจ “สำนักข่าว CIA ประเทศไทย” ไปเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ “ช้างน้าว มห.” ซึ่งถือเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลข่าวสารสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร โดยภายในกลุ่มมีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนร่วมอยู่ด้วย

          ทั้งนี้ กลุ่มไลน์ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดของ นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเป็นพื้นที่กลางสำหรับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารราชการ กิจกรรมสำคัญ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้สื่อมวลชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อจำกัดจากการพบปะสื่ออย่างเป็นทางการ "ผู้ว่าฯพบสื่อ"ที่จัดเพียงเดือนละครั้ง อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดกลับกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ นายคณิต ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร เข้ามาตั้งคำถามถึงที่มาของงบประมาณโครงการดังกล่าว ก่อนที่ นางวันวิภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร จะเข้ามาแสดงความเห็นในลักษณะตั้งคำถามต่อการนำเสนอข่าว โดยระบุว่า การสื่อสารควรเป็นไปในทางสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาบ้านเมือง พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อเนื้อหาข่าวที่มองว่าเป็นการทำให้หน่วยงานรัฐตกเป็นจำเลย

               ด้าน นายเดวิด โชคชัย ได้ตอบกลับด้วยการตั้งคำถามเชิงข้อมูลสาธารณะอย่างละเอียด อาทิ งบประมาณแต่ละช่วงได้รับการจัดสรรเมื่อใด ใช้ดำเนินการด้านใด ผู้รับเหมาเป็นรายเดิมหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงแบบแปลนหรือไม่ งานส่วนใดยังไม่ตรวจรับ และมีการปรับผู้รับเหมาจากความล่าช้าหรือไม่ พร้อมย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวควรเปิดเผยต่อประชาชนอย่างโปร่งใส เพราะเกี่ยวข้องกับภาษีประชาชนและอนาคตของจังหวัด ระหว่างการสนทนา ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดยังได้ระบุข้อความว่า “สนง ประชาสัมพันธ์จะสื่อสารเรื่องที่ประชาชนต้องรู้ ควรรู้ อยากรู้ ส่วนบางเรื่องรู้ไปเพื่ออะไร” ข้อความดังกล่าวยิ่งจุดกระแสคำถามในหมู่ผู้ติดตามข่าวสารว่า การเข้าถึงข้อมูลสาธารณะของประชาชนควรถูกจำกัดด้วยดุลพินิจของหน่วยงานหรือไม่

ต่อมา หลังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าผู้ใช้ชื่อ “นักเลงเรียกพ่อ” ได้ดำเนินการลบ DAVID D2 หรือ นายเดวิด ออกจากกลุ่มไลน์ทันที

            เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการปิดกั้นการสื่อสารหรือคุกคามสื่อมวลชนหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกนำออกจากกลุ่มเป็นสื่อมวลชนที่กำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนเกือบ 150 ล้านบาท หลายฝ่ายมองว่า หนึ่งในบทบาทของสื่อมวลชนคือการเผยแพร่ข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ ใช้อำนาจและการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ การตั้งคำถามต่อโครงการสาธารณะจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานรัฐ หากแต่เป็นกลไกพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยในการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อประชาชน  ขณะที่ภาคประชาชนจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า หากพื้นที่สื่อสารที่เคยถูกสร้างขึ้นเพื่อเปิดให้ข้อมูลแก่สาธารณะ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ตั้งคำถามถูกตัดออกจากวงสนทนา ย่อมสะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่าความขัดแย้งส่วนบุคคล เพราะอาจหมายถึงบรรยากาศที่ทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่ปลอดภัยในการทำหน้าที่ตรวจสอบ  กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นของโครงการก่อสร้างตลาดอินโดจีนมุกดาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นคำถามสำคัญต่อเสรีภาพสื่อ สิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน และความพร้อมของหน่วยงานรัฐในการตอบคำถามสาธารณะอย่างโปร่งใสด้วย