นายก อบจ.ลงพื้นที่ดูน้ำ นายก อบจ.นครสวรรค์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดนครสวรรค์ ไล่จากปลายน้ำถึงต้นน้ำ 9 จุด เร่งเปิดทางระบาย ลดผลกระทบประชาชน  

                  นายก อบจ.ลงพื้นที่ดูน้ำ นายก อบจ.นครสวรรค์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดนครสวรรค์ ไล่จากปลายน้ำถึงต้นน้ำ 9 จุด เร่งเปิดทางระบาย ลดผลกระทบประชาชน

               วันที่ 28 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 12.30 น. พลตำรวจเอก สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.นครสวรรค์ นายอำเภอ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ อย่างต่อเนื่อง การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการดูสถานการณ์น้ำ ไล่ตั้งแต่ปลายน้ำไปถึงต้นน้ำ เพื่อมองภาพรวมของเส้นทางน้ำทั้งระบบว่า น้ำมาจากไหน ติดขัดตรงไหน และจะเร่งระบายออกทางใดได้บ้าง พร้อมสั่งการแก้ไขปัญหาในแต่ละจุดตามสถานการณ์จริง เป้าหมายสำคัญคือ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ลดพื้นที่ได้รับผลกระทบให้มากที่สุด และหากหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ ต้องทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในระยะเวลาสั้นที่สุด พร้อมดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ในการลงพื้นที่มีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
จุดที่ 1 ประตูระบายน้ำคลองบางประมุง ต.บางประมุง อ.โกรกพระ พบผักตบชวาจำนวนมากกีดขวางทางน้ำ ทำให้การระบายเป็นไปอย่างล่าช้า ขณะที่ระดับน้ำบริเวณก่อนถึงประตูระบายน้ำบางมะฝ่อ เหลือจากตลิ่งประมาณ 5 เมตร และแม่น้ำเจ้าพระยาเหลือจากตลิ่งประมาณ 1 เมตร นายก อบจ. สั่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 30 นิ้ว 1 เครื่อง และ 8 นิ้ว 2 เครื่อง อย่างเร่งด่วน พร้อมให้กองช่างส่งบูมสั้นและบูมยาวเข้าดำเนินการ เพื่อกำจัดผักตบชวา เร่งเปิดทางน้ำและระบายน้ำ ป้องกันน้ำเอ่อเข้าคลองท่าขนมจีน

จุดที่ 2 สะพานคลองท่าขนมจีน ต.หนองกระโดน อ.เมืองฯ ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงสูง หากประตูระบายน้ำบางมะฝ่อระบายไม่ทัน น้ำอาจหนุนย้อนขึ้นคลองท่าขนมจีน ขณะลงพื้นที่พบว่าน้ำเริ่มท่วมถนน จึงต้องเฝ้าระวังและเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด

จุดที่ 3 อบต.หนองนมวัว อ.ลาดยาว รับฟังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ซึ่งทั้ง 9 หมู่บ้านของ ต.หนองนมวัว เป็นพื้นที่ปลายน้ำของอำเภอลาดยาว แม้ อบจ.นครสวรรค์ จะขุดลอกคลองเพื่อเปิดทางน้ำไว้แล้ว แต่คลองมีขนาดเล็ก ทำให้น้ำไหลช้าและเกิดน้ำเอ่อ นายก อบจ.นครสวรรค์ จึงกำชับให้เร่งป้องกันน้ำเข้าบ้านเรือนประชาชน พร้อมสั่งใช้บูมยาว 1 คัน ลอกคลองเดิมและนำวัชพืชออก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ

จุดที่ 4 อบต.ลาดยาว และ หมู่ 7 บ้านดอนปอ อ.ลาดยาว ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจผู้สูงอายุและประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วม โดย อบต.ลาดยาว จัดสถานที่พักชั่วคราวรองรับประชาชน จากนั้นลงพื้นที่หมู่ 7 บ้านดอนปอ ซึ่งมีน้ำท่วมสูงและประชาชนบางส่วนถูกตัดขาด นายก อบจ.นครสวรรค์ กำชับให้เร่งช่วยเหลือดูแลทั้งการเดินทาง การเข้าพบแพทย์ และความจำเป็นด้านต่าง ๆ

จุดที่ 5 ประตูระบายน้ำคลองขุนราษฎร์บริบาล อ.ลาดยาว ติดตามคลองสายหลักที่รับมวลน้ำป่าจากพื้นที่ป่าทางทิศตะวันตกในเขต อ.แม่วงก์ อ.แม่เปิน และน้ำบางส่วนจาก จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นจุดสำคัญต่อการระบายน้ำของตัวเมืองลาดยาว ขณะนี้เปิดประตูระบายน้ำเต็มกำลัง นายก อบจ.นครสวรรค์ จึงให้ ส.อบจ. สำรวจถนนที่ยังสามารถใช้เป็นเส้นทางชั่วคราวได้ และแจ้งข้อมูลเพื่อเตรียมนำหินคลุกเข้าเสริมเส้นทางสำหรับประชาชน พร้อมกันนี้ นายก อบจ.นครสวรรค์ ได้มอบถุงยังชีพให้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

จุดที่ 6 ฝายยายไข่ หมู่ 1 บ้านวังซ่าน ต.วังซ่าน อ.แม่วงก์ ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังได้รับแจ้งว่าฝายได้รับความเสียหายจากมวลน้ำหลากและน้ำจากทางปางมะค่าที่ไหลย้อนและหนุนเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีมวลน้ำจำนวนมากไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง มุ่งหน้าสู่บริเวณศาลเจ้าไก่ต่อและพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอลาดยาว ขณะที่ระดับน้ำสูง กระแสน้ำแรง และเส้นทางบางจุดได้รับความเสียหาย จึงจำเป็นต้องใช้เส้นทางอื่นในการเดินทาง

จุดที่ 7 สะพานตลุกข่อยน้ำ-ท่าตาอยู่ หมู่ 6 ต.เขาชนกัน อ.แม่วงก์ พื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง หากมวลน้ำเพิ่มขึ้น กระแสน้ำในลำน้ำแม่วงก์จะไหลเชี่ยวและอาจกัดเซาะตลิ่ง รวมถึงฐานรากสะพาน จึงกำชับให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมเร่งบริหารจัดการมวลน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

จุดที่ 8 บ้านหินดาด หมู่ 1 ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ พบมีน้ำท่วมสูงบนถนนเป็นช่วงๆ ชาวบ้านจัดเวรยามเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ผู้ใช้รถผ่านจุดเสี่ยง เพื่อลดอุบัติเหตุ หลังมีฝนตกหนักตลอดคืน ทั้งนี้ หากฝนหยุดตก ระดับน้ำบริเวณดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงและระบายได้เร็ว

จุดที่ 9 แก่งเกาะใหญ่ หมู่ 24 บ้านใหม่แม่เรวา ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ ตรวจสอบสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณแก่งเกาะใหญ่เพิ่มสูงขึ้นมากและกระแสน้ำไหลเชี่ยว โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจากภาวะปกติ จึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายก อบจ.นครสวรรค์ กล่าวว่า "เราลอกคลองทั้งปี ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แต่ปีนี้ มีฝนตกหนักติดต่อกันช่วงปลายฤดู ทำให้มีมวลน้ำมามากกว่าปกติ คลองมีขีดความสามารถในการรองรับน้ำจำกัด ปริมาณน้ำตอนนี้มากเกินกว่าที่คลองจะรับได้ โดยมวลน้ำส่วนหนึ่งจะระบายผ่านคลองบางประมุง ถึงบ้านบางมะฝ่อ ก็จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และอีกส่วนจะไหลไปทางจังหวัดอุทัยธานีลงสู่แม่น้ำสะแกกรัง"