ทต.นากลาง  เซ่นหนุ่มวิศวปลิดชีพ ยื่นฟ้องจำเลย ทั้ง 4  จำคุก 10 ปี อดีต ผอ.กองช่าง   

                 ทต.นากลาง  เซ่นหนุ่มวิศวปลิดชีพ ยื่นฟ้องจำเลย ทั้ง 4 จำคุก 10 ปี อดีต ผอ.กองช่าง   คดีทุจริตโครงการถนนคอนกรีตเสริมเหล็กเทศบาลตำบลนากลาง หนองบัวลำภู! หลังวิศวกรหนุ่มปลิดชีพ ผ่านมา 4 ปี ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี อดีตผอ. กองช่างฯ - ส่วนผู้ถือหุ้นรับเหมา 1 ราย โดน 6 เดือน รอลงอาญาหลังรับสารภาพ 

                 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่างและกรรมการตรวจรับพัสดุ เทศบาลตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียและดำเนินโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9 ของเทศบาลตำบลนากลาง ปีงบประมาณ 2565 โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 144, 149, 157 ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 173, 176 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ เป็นจำเลยที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) วีรวุฒิคอนกรีต จำเลยที่ 2 นายวิรัช แก้วอาษา จำเลยที่ 3 และนางลลิตยา แก้วอาษา จำเลยที่ 4 ล่าสุด     เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาคดีนี้ 
1.นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 173 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 2.นางลลิตยา แก้วอาษา จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 176 การกระทำของจำเลยที่ 4 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่เพียงบทเดียว จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 100,000 บาท จำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 4 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 4 ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 29/1, 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับฟ้องข้อ 2.1 ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด วีรวุฒิคอนกรีต จำเลยที่ 2 นายวิรัช แก้วอาษา จำเลยที่ 3 ไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับผลคดีความนี้ เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ดังกล่าวข้างต้น 
                       สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 บัญญัติว่า เจ้าพนักงานหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เรียกรับสินบนเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 400,000 บาท หรือประหารชีวิต