ศาลปกครองสูงสุด พิพากษา ให้เพิกถอนหนังสืออนุญาตให้ก่อสร้างอาคาร อบต.วัดหลวง นายก ออกใบอนุญาตโดยมิชอบ
อบต.วัดหลวง นายก ออกใบอนุญาตโดยมิชอบ
อบต.วัดหลวง โดยนายก อบต.พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งได้ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ได้ออกหนังสือเห็นชอบแบบก่อสร้างการประกอบกิจการควบคุมสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ๓ ตามหนังสือที่ นค.๗๔๘๐๑/๓๔๖ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคารเลขที่ วล.๓ / ๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ให้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์กมอเตอร์ ก่อสร้างอาคารสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๘๓๕ เลขที่ ๓๗๐๔๔ เลขที่ ๓๗๐๖๗ เลขที่ ๘๘๓๓ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงวัดผดุงสุข พร้อมประชาชน รวม ๘ ราย ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยผู้ฟ้องคดี วัดผดุงสุข ที่ ๑ ,นายวิษณุ พิลาสุทธิ์ ที่ ๒ ,นายทวี รูปขันธ์ ที่ ๓ ,นายสามารถ ปาณศรี ที่ ๔ ,นายสมพงษ์ บัวหลวง ที่ ๕ ,นายไพบูลย์ แดนสีแก้ว ที่ ๖ ,นายพินิจ วรรณทิ ที่ ๗ ,นายจักร์เพชร จันทร์นวล ที่ ๘ ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง ที่ ๑ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง ที่ ๒ เป็นผู้ถูกฟ้องคดี
โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์กมอเตอร์ เป็นผู้ร้องสอด เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอกคำสั่งโดยไม่ชอบ เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่สำนักงานพลังงานจังหวัดหนองคายได้เห็นชอบไว้ กล่าวคือ การออกใบอนุญาตให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์กมอเตอร์ ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ประเภท ก นั้น องค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวงจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการตรวจสอบ และการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ และประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๓ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ และขั้นตอนการดำเนินงานและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจตรา การรับแจ้งและการอนุญาตประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยการออกไปตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง แต่องค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง โดยนายก และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้มีการออกไปตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง และไม่มีการตรวจสอบระยะความปลอดภัยภายนอกตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการตรวจสอบ และการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ และกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๓ที่กำหนดให้สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงต้องตั้งอยู่ห่างจากเขตสถานศึกษา ศาสนสถาน สถานพยาบาล หรือโบราณสถานไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากวัดผดุงสุข ซึ่งเป็นศาสนสถานที่เป็นโบราณสถานและมีโบราณวัตถุ เพียง ๑๐๐ เมตร และบริเวณเนินดินที่ได้มีการถมไว้นั้นมีขนาดเกินกว่า๒,๐๐๐ ตารางเมตร และมีความสูงเฉลี่ยประมาณ ๒ เมตร ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง โดยนายก และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบดีอยู่แล้วในขณะอนุญาตว่าผู้ขออนุญาตได้ถมดินเพื่อทำการก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งได้ถมที่ดินแปลงเดียวติดต่อกันโดยถมทับคลองส่งน้ำสาธารณะเพื่อการเกษตรยาวติดต่อกันเป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร และบริเวณขอบทั้งสองข้างของคลองส่งน้ำดังกล่าวที่ได้กันไว้เป็นทางเดินสำหรับให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาเพื่อขนถ่ายผลิตผลทางการเกษตรและเปิดปิดน้ำลงไร่นาของตนข้างละ ๓ เมตร ซึ่งเจ้าของที่ดินที่คลองชลประทานพาดผ่านบริจาคที่ดินให้ เมื่อรวมกับพื้นที่คลอง







