เกษตรกรบุกยื่นหนังสือ ร้อง กมธ.เกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ – จี้ทบทวนการนำเข้า GMO ซ้ำเติมราคา  

      เกษตรกรบุกยื่นหนังสือ ร้อง กมธ.เกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ – จี้ทบทวนการนำเข้า GMO ซ้ำเติมราคา
                 วันที่  25 สิงหาคม 2569  กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นำโดย นายธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรฯ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์โดยมีนายนพพล  เหลืองทองนารา  ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์  นางสาวพิมพ์พร  พรพฤติพันธ์  รองประธาน เพื่อขอความอนุเคราะห์เร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำอย่างหนัก รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศที่กำลังซ้ำเติมวิกฤตของเกษตรกรในขณะนี้  
นายธีรวัฒน์ เปิดเผยว่า ต้นทุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปี 2569 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นถึง 1,050 บาทต่อไร่ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตจริง ณ. ความชื้น 30% สูงถึง 6.76 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรต้องประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักและไม่สามารถแบกรับภาระต่อไปได้
               ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรฯ ได้ยื่นข้อเสนอและข้อเรียกร้อง 4 มาตรการเร่งด่วนต่อ กมธ.เกษตรฯ ดังนี้:
ประกันราคาข้าวโพด 7.50 บาท/กก.: เสนอให้รัฐบาลประกันราคา ณ. ความชื้น 30% ที่ 7.50 บาท/กิโลกรัม เพื่อให้คุ้มทุนและเกษตรกรสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ชะลอการนำเข้าข้าวโพด GMO ช่วงเก็บเกี่ยว: ขอให้ทบทวน นโยบายการนำเข้าตามกรอบ WTO/AFTA ห้ามนำเข้าในช่วงเดือนสิงหาคม–ธันวาคม ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวในประเทศ โดยยืนยันว่าข้าวโพดในประเทศไม่ได้ขาดแคลน เนื่องจากมีสต็อกเฉลี่ยสูงถึง 1.4 ล้านตัน/เดือน (ใช้จริงเพียง 0.77 ล้านตัน/เดือน) เมื่อรวมกับผลผลิตในประเทศและการนำเข้าตามกรอบ AFTA แล้ว มีปริมาณรวมสูงถึง 9 ล้านตัน ซึ่งเกินพอต่อความต้องการ จึงไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวโพด GMO มาซ้ำเติมราคาในประเทศ แก้ไขโครงสร้างราคาที่ unfair: ขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามากำกับดูแลราคาปลายทางให้เป็นธรรม เนื่องจากประกาศปี 2568 ทำให้เกิดส่วนต่างราคาถึง 50 สตางค์ ระหว่างกรุงเทพฯ และพื้นที่นอกปริมณฑล (เช่น ลพบุรี) จนไซโลต้องกดราคารับซื้อหน้าไร่เหลือเพียง 6.60 บาท/กก. ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนจริง คุมเข้มโรงงานอาหารสัตว์ห้ามปฏิเสธการรับซื้อ: ขอให้ควบคุมโรงงานอาหารสัตว์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ห้ามปฏิเสธ ชะลอ หรือปิดการรับซื้อ เพื่อป้องกันการใช้กลไกตลาดกดดันราคารับซื้อจากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการพิจารณาและได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน