ผู้กองเตือน ยาอันตราย B5 : ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี  เตือนประชาชน เยาวชนถึงความอันตรายของยาเสพติด B5  

         ผู้กองเตือน ยาอันตราย B5 : ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี  เตือนประชาชน เยาวชนถึงความอันตรายของยาเสพติด B5
                     มาทำความรู้จักกันกับ  B5 ยาอันตราย ยา B5 ผสมเครื่องดื่ม เส้นทางมฤตยูสู่สมองดับ
ยา B5 (บีไฟว์) หรือ Benzhexol อีกหนึ่งยารักษาโรคที่ตกเป็นจำเลยเมื่อถูกกลุ่มนักเสพนำมาผสมกับเครื่องดื่ม นำมาเสพเพื่อหวังฤทธิ์มึนเมา แพทย์เตือนผลข้างเคียงและอันตรายจากการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์รุนแรงตั้งเเต่สมองเสื่อมไปจนถึงเสียชีวิต! ช็อก! ยา B5 ผสมเครื่องดื่ม เส้นทางมฤตยูสู่สมองดับ ยา B5 คืออะไร?
ยา B5(บีไฟว์) มีชื่อสามัญคือ Benzhexol หรือ Trihexyphenidyl และมีชื่อทางการตลาดว่า Arthan เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มยาออกฤทธิ์ต้านสารอะซิติลโคลีน (anticholinergics) ซึ่งทำหน้าที่ในการลดผลของสารสื่อประสาท acetylcholine ในสมอง เป็นสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทและสมองเกิดความสมดุล ใช้สำหรับรักษาบรรเทาโรคที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น การสั่นของมือ แขนขาแข็งเกร็ง หรือการเคลื่อนไหวที่ช้า เช่น โรคพาร์กินสัน หรือ อาการเคลื่อนไหวผิดปกติ (Extrapyramidal Side Effect) ที่เกิดจากการใช้ยาจิตเวช ซึ่งเกิดจากการที่ acetylcholine ในสมองทำงานมากเกินไป
               โดยตัวยามีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีขาว ซึ่งในพื้นผิวของยาก็จะถูกปั๊มเอาไว้ตามขนาดของยา เช่น ขนาด 5 กรัม ที่พื้นผิวของยาจะมีคำว่า B5 เป็นที่มาของชื่อที่คนมักเรียกติดปากกันว่า “ยา B5(บีไฟว์)” ซึ่งยา B5 นั้นมีลักษณะการใช้ในการรักษาโรค ถูกจัดเป็น “ยาอันตราย” ตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ที่ขายในร้านขายยาได้แต่ต้องขายและควบคุมการใช้โดยเภสัชกรเท่านั้น
ทำไม B5 จึงถูกนำมาผสมเพื่อเสพ?
                เนื่องจากยา B5 เป็นยาในกลุ่ม anticholinergic ซึ่งออกฤทธิ์ประสาทส่วนกลางโดยมีฤทธิ์กดประสาท เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่สูง จะส่งผลกระตุ้นให้เกิดอาการมึนเมา สับสน มึนงง และอาจทำให้ผู้เสพรู้สึกเคลิ้มสุขหรือเกิดความรู้สึกประสาทหลอน คล้ายกับการใช้สารเสพติดชนิดอื่น ทั้งนี้อาการที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับบุคคล บางคนอาจรู้สึกมีอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวขึ้นกว่าเดิมก็สามารถเกิดขึ้นได้ การนำยา B5 หรือ Benzhexol มาผสมกับเครื่องดื่ม เช่น แอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน จะทำให้เข้าไปเสริมฤทธิ์ของยาจนทำให้ฤทธิ์ที่เกิดจากตัวยารุนแรงขึ้น อาทิ ความมึนงง การสูญเสียการทรงตัว และการเกิดภาพหลอนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นนอกจากนั้น การผสม B5 กับเครื่องดื่มยังช่วยลดรสขมของยา ทำให้สามารถรับประทานได้ง่ายขึ้นในปริมาณมากโดยไม่รู้สึกถึงรสชาติที่ขมเกินไป นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำยา B5 ไปใช้เสพร่วมกับยาชนิดอื่นๆอีกด้วย เช่น ยาทรามาดอล ยา 4x100 เพื่อให้มีอาการเมานานขึ้น ยา B5 มักไม่ถูกตรวจพบจากชุดตรวจยาเสพติดมาตรฐาน เนื่องจากยาในกลุ่ม anticholinergics เช่น Benzhexol ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารเสพติดที่ถูกควบคุมในหลายประเทศ รวมถึงไทยด้วย การตรวจสอบสารเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ชุดตรวจเฉพาะที่สามารถตรวจจับสารชนิดนี้ได้โดยตรง และในกรณีที่มีการใช้ Benzhexol ผสมกับแอลกอฮอล์ การตรวจปัสสาวะจะไม่สามารถตรวจพบสารดังกล่าวได้อย่างง่าย ต้องใช้วิธีการทางห้องปฏิบัติการที่ซับซ้อนกว่าชุดตรวจปัสสาวะทั่วไป เช่น การใช้เทคนิควิเคราะห์ทางเคมีที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นอย่าง gas chromatography-mass spectrometry (GC-MS) หรือ liquid chromatography-tandem mass spectrometry (LC-MS/MS) ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ผู้ที่ใช้สารนี้หลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ได้ง่าย แต่อันตรายถึงขั้นสมองดับ