ประธานหอการค้าอุดรธานี หนุนยกระดับ ICD นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี สู่ด่านศุลกากรทางบกเชิงลึก เสนอ ครม.สัญจร เสริมศักยภาพโลจิสติกส์ เชื่อมการค้าไทย–ลาว–จีน  

       ประธานหอการค้าอุดรธานี หนุนยกระดับ ICD นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี สู่ด่านศุลกากรทางบกเชิงลึก เสนอ ครม.สัญจร เสริมศักยภาพโลจิสติกส์ เชื่อมการค้าไทย–ลาว–จีน

 

            นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดอุดรธานี และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จังหวัดอุดรธานี พร้อมผลักดันโครงการยกระดับศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าทางราง (ICD) นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี สู่การเป็น “ด่านศุลกากรทางบกเชิงลึก” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณาสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดอุดรธานี วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569

          โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนโดยบริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปัจจุบันภาคเอกชนได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญบนพื้นที่ศูนย์ ICD กว่า 116 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่รวม 2,170 ไร่ พร้อมทางรถไฟแยกเชื่อมเข้าสู่ลาน ICD โดยตรง และสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 115 kV ที่รองรับการดำเนินงานแล้ว

“หอการค้าจังหวัดอุดรธานี และ กกร. จังหวัดอุดรธานี สนับสนุนการผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัด และต่อยอดการลงทุนที่ภาคเอกชนได้ดำเนินการไว้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบสินค้าแบบติดตั้งประจำที่ (Fixed X-Ray) และจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จภาครัฐ จะช่วยให้การตรวจสอบและตรวจปล่อยสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และทำให้การขนส่งสินค้าทางรางมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น”

นายกัณฑ์พงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “อุดรธานีมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้วยทำเลที่เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และจีน การพัฒนา ICD ให้มีระบบศุลกากรที่พร้อมและมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม สามารถขนส่งและส่งออกสินค้าได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ”

นอกจากนี้ ระบบ Fixed X-Ray ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบสินค้านำเข้าและสินค้าผ่านแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและการสำแดงสินค้าเท็จ รวมถึงสนับสนุนการสกัดกั้นยาเสพติดและสารเคมีตั้งต้นที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะช่วยเสริมทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประเทศ “การประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่ภาคเอกชนมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว หอการค้าจังหวัดอุดรธานีและ กกร. จึงขอสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาผลักดันโครงการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง สร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชน พร้อมยกระดับอุดรธานีสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต” นายกัณฑ์พงศ์กล่าว

 

นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดอุดรธานี และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จังหวัดอุดรธานี พร้อมผลักดันโครงการยกระดับศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าทางราง (ICD) นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี สู่การเป็น “ด่านศุลกากรทางบกเชิงลึก” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณาสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดอุดรธานี วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569

             โครงการดังกล่าวขับเคลื่อนโดยบริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปัจจุบันภาคเอกชนได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญบนพื้นที่ศูนย์ ICD กว่า 116 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่รวม 2,170 ไร่ พร้อมทางรถไฟแยกเชื่อมเข้าสู่ลาน ICD โดยตรง และสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 115 kV ที่รองรับการดำเนินงานแล้ว “หอการค้าจังหวัดอุดรธานี และ กกร. จังหวัดอุดรธานี สนับสนุนการผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัด และต่อยอดการลงทุนที่ภาคเอกชนได้ดำเนินการไว้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบสินค้าแบบติดตั้งประจำที่ (Fixed X-Ray) และจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จภาครัฐ จะช่วยให้การตรวจสอบและตรวจปล่อยสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และทำให้การขนส่งสินค้าทางรางมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น”

          นายกัณฑ์พงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “อุดรธานีมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้วยทำเลที่เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และจีน การพัฒนา ICD ให้มีระบบศุลกากรที่พร้อมและมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม สามารถขนส่งและส่งออกสินค้าได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ” นอกจากนี้ ระบบ Fixed X-Ray ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบสินค้านำเข้าและสินค้าผ่านแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและการสำแดงสินค้าเท็จ รวมถึงสนับสนุนการสกัดกั้นยาเสพติดและสารเคมีตั้งต้นที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะช่วยเสริมทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประเทศ “การประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่ภาคเอกชนมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว หอการค้าจังหวัดอุดรธานีและ กกร. จึงขอสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาผลักดันโครงการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง สร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชน พร้อมยกระดับอุดรธานีสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต” นายกัณฑ์พงศ์กล่าว