สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์จัดเวทีสนทนา EP 10 ประจำเดือนตุลาคม 2569 ภายใต้ประเด็น “คลื่นลูกใหม่ กาแฟเพชรบูรณ์ ปรับตัวสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4 ภู”
การสนทนาครั้งนี้ชวนตั้งคำถามถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ว่า “ทุกวันนี้เราดื่มแค่น้ำกาแฟ หรือเรากำลังบริโภคข้อมูล?” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจกาแฟที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายเครื่องดื่ม แต่ครอบคลุมถึงเรื่องราวของแหล่งผลิต กระบวนการเพาะปลูก การแปรรูป คุณภาพ รสชาติ และประสบการณ์ที่ผู้บริโภคได้รับ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์กาแฟในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์
คุณสานิตย์กล่าวว่า ในอดีตกาแฟอาจเป็นเพียงเครื่องดื่มที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ปัจจุบันกาแฟได้พัฒนาเป็นทั้งวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และธุรกิจที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดกาแฟไทยมีโอกาสเติบโตจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตกาแฟภายในประเทศยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการของตลาด จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและเกษตรกรในการพัฒนากาแฟไทยให้มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้มากขึ้น สำหรับเส้นทางสู่ธุรกิจกาแฟของคุณสานิตย์ เริ่มต้นจากการปรับตัวหลังธุรกิจ Event Organizer ซึ่งดำเนินงานมานานกว่าสิบปี ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19 จึงตัดสินใจศึกษาและพัฒนาธุรกิจกาแฟอย่างจริงจัง โดยศึกษาหลักสูตรของ Specialty Coffee Association (SCA) ครอบคลุมองค์ความรู้ตั้งแต่การเพาะปลูก การคั่ว การประเมินคุณภาพและรสชาติ ไปจนถึงการชงกาแฟ ก่อนนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับมาตรฐานกาแฟพิเศษผ่าน Cup Craft Specialty Coffee และโรงคั่วกาแฟเพ็ดซะบูน
หัวใจสำคัญของการพัฒนากาแฟ คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลต้นกาแฟ การจัดการธาตุอาหาร ตลอดจนการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปเมล็ดกาแฟอย่างเหมาะสม เพราะคุณภาพในแต่ละขั้นตอนส่งผลต่อคุณลักษณะและรสชาติของกาแฟ ซึ่งสามารถนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเพิ่มปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพ กระบวนการผลิต และสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
คุณสานิตย์ยังนำเสนอแนวทางการพัฒนาธุรกิจด้วยการเชื่อมโยงผู้บริโภค โรงคั่วกาแฟ และเกษตรกรเข้าด้วยกัน เริ่มจากการศึกษาความต้องการของตลาดและรสนิยมของผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบกระบวนการคั่วและกำหนดคุณลักษณะรสชาติของกาแฟ ก่อนถ่ายทอดองค์ความรู้กลับไปยังเกษตรกร เพื่อปรับปรุงวิธีการเพาะปลูกและการแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตัวอย่างหนึ่งคือการจัดการกระบวนการตากเมล็ดกาแฟอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงระยะเวลา สภาพแวดล้อม การระบายอากาศ และการควบคุมความชื้น เพื่อรักษาคุณภาพของเมล็ดกาแฟและส่งเสริมการพัฒนารสชาติ ขณะเดียวกัน การรับซื้อผลผลิตในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มโอกาสในการสร้างตลาดรองรับผลผลิตที่มั่นคงในระยะยาว
สำหรับศักยภาพของจังหวัดเพชรบูรณ์ คุณสานิตย์มองว่าพื้นที่เขาค้อ น้ำหนาว ภูทับเบิก เข็กน้อย และห้วยน้ำขาว เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสศึกษา วิจัย และพัฒนากาแฟอาราบิก้า โดยแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศและระดับความสูงแตกต่างกัน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะของกาแฟแต่ละแหล่ง จึงควรมีการศึกษาและทดลองอย่างเป็นระบบ เพื่อค้นหาเอกลักษณ์และศักยภาพของกาแฟเพชรบูรณ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แนวทางสำคัญคือการสร้างความแตกต่างให้กาแฟเพชรบูรณ์ แทนการแข่งขันด้านปริมาณกับแหล่งผลิตที่มีประสบการณ์ยาวนาน โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพและอัตลักษณ์ของกาแฟท้องถิ่น ต่อยอดสู่ตลาด Specialty Coffee และในอนาคตอาจพัฒนาไปสู่กาแฟกลุ่ม Exotic Coffee ที่มีคุณลักษณะโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแหล่งผลิต พร้อมผลักดันให้ร้านกาแฟและคาเฟ่ทั่วจังหวัดมีเมล็ดกาแฟท้องถิ่นเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของพื้นที่
นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ ผู้ประกอบการ โรงคั่วกาแฟ และเกษตรกร ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพการผลิต โดยเฉพาะการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการแปรรูป ตลอดจนการส่งเสริมให้เกษตรกรนำผลผลิตเข้าร่วมเวทีประกวดกาแฟ เพื่อนำข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงคุณภาพในแต่ละขั้นตอน
คุณสานิตย์ยังเสนอแนวคิดการจัดประกวดกาแฟระดับจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเห็นถึงโอกาสในการยกระดับผลผลิตทางการเกษตรสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น
การพัฒนากาแฟเพชรบูรณ์จึงไม่ใช่เพียงการผลิตเครื่องดื่ม แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ โรงคั่ว ผู้ประกอบการร้านกาแฟ ไปจนถึงตลาดผู้บริโภคและการท่องเที่ยว หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาคุณภาพ สร้างอัตลักษณ์ และขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง กาแฟจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ให้ชุมชน และขับเคลื่อนจังหวัดเพชรบูรณ์สู่การเป็นแหล่งกาแฟคุณภาพที่มีเอกลักษณ์ของประเทศไทยในอนาคต









